4 ขั้นตอนการใช้อุปกรณ์ชงกาแฟที่จะทำให้คุณได้เอสเพรสโซแบบ Perfect Shot

Food and Beverage

การจะเป็นบาริสต้าแบบเต็มตัวได้นั้นหมายถึงการที่คุณสามารถปรุงรสชาติของกาแฟได้อย่างคงที่สม่ำเสมอ และใช้อุปกรณ์ชงกาแฟได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะเมนูกาแฟแต่ละประเภทนั้นมีลักษณะขั้นตอนการชงที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากอยากเป็นบาริสต้ามืออาชีพก็ควรที่จะฝึกใช้อุปกรณ์ชงกาแฟสดแต่ละประเภทให้คล่องมือเสียก่อน เพื่อให้เกิดความคุ้นชิน และสามารถทำกาแฟเมนูต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น

 

เพราะกาแฟแต่ละเมนูนั้นต้องการความพิถีพิถัน และใส่ใจ ซึ่งมีส่วนประกอบที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นบาริสต้าก็ควรที่จะเรียนรู้อุปกรณ์ร้านกาแฟขั้นพื้นฐานให้ดีเสียก่อนว่าอุปกรณ์ร้านกาแฟมีอะไรบ้าง แล้วอุปกรณ์ชงกาแฟสดชิ้นไหนใช้อย่างไร โดยเฉพาะเมนูที่ละเอียดอ่อนอย่างเอสเพรสโซ เพราะกาแฟเอสเพรสโซนั้นต้องดื่มด้วยช็อตที่ดีที่สุดหรือที่เราเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า ‘Perfect Shot’ ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญ แม่นยำ ในการใช้อุปกรณ์ชงกาแฟบนองค์ประกอบสำคัญ 4 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้

 

1.Crema

การจะทำช็อตเอสเปรสโซที่สมบูรณ์แบบต้องประกอบ 3 ส่วน คือ Crema (ครีม่า) Body และ Heart โดย Heart ของเอสเปรสโซช็อตจะเป็นส่วนที่อยู่ก้นถ้วยล่างสุด ซึ่งจะมีความขม และเป็นส่วนสร้างความสมดุลกับกลิ่นหวานหอมของเอสเปรสโซให้เข้ากันด้วยดี จึงต้องมีการใช้อุปกรณ์ชงกาแฟอย่างแทมป์เปอร์ช่วยในการอัดผงกาแฟ โดยต้องอัดในแรงพอดี ๆ เพราะถ้าอัดผงกาแฟหยาบหรือแน่นเกินไปจะทำให้ส่วน Heart นี้ปนไปกับส่วน Body จนเสียรสชาติ ในส่วนของ Body นั้นจะมีสีน้ำตาลคาราเมลลอยตัวอยู่ในชั้นกลางของเอสเปรสโซ่ และหากอัดผงกาแฟแน่นไปจะทำให้ชั้น Body นี้มีสีเข้มขึ้น และได้รสชาติแบบไหม้ ๆ และส่วนสำคัญที่เป็นหน้าตาท็อปอยู่บนสุดอย่าง Crema คือส่วนที่บาง และเป็นเหมือนชั้นโฟมบนหน้าเอสเปรสโซช็อตเป็นชั้นโฟมของน้ำมันที่เต็มไปด้วยกลิ่น และรสชาติที่เยี่ยมยอดของเอสเปรสโซ

 

2.Pour

ขั้นตอนการเทให้น้ำร้อนไหลผ่านเมล็ดกาแฟคั่วบดแล้วออกมาเป็นกาแฟเอสเปรสโซลงสู่แก้วช็อต โดยจะต้องไหลออกมาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ไหลเร็วแบบไหลจ๊อกหรือไหลช้าจนขาดตอนเห็นเป็นหยด ๆ

 

3.Time

อุปกรณ์ร้านกาแฟที่ขาดไม่ได้คือนาฬิกาจับเวลาเพื่อช่วยในการจับเวลาการสกัดกาแฟ จะต้องอยู่ที่ระหว่าง 23 – 27 วินาที แต่ถ้าให้ดี 25 วินาทีคือช่วงเวลาที่เพอร์เฟกต์ที่สุด! หากใช้เวลามากกว่านี้ น้ำ และความร้อนจากตัวเครื่องทำกาแฟจะทำให้เมล็ดกาแฟคั่วบดถูกเบิร์นมากเกินไป รสชาติ และกลิ่นจะขมกว่าที่ควรจะเป็น หรือหากใช้เวลาน้อยกว่าก็จะทำให้ได้เอสเปรสโซที่จืดจาง

 

4.Biscuit

ในที่นี้หมายถึงเมล็ดกาแฟคั่วบดที่ผ่านเครื่องแรงอัดไอน้ำสกัดกาแฟหรือกากกาแฟนั่นแหล่ะ หลังจากที่ถูกเคาะออกมาแล้วจะต้องเกาะตัวเป็นรูปทรงสวยงาม ไม่แตกแห้งออกจากกันนั่นจึงจะเรียกว่าเอสเพรสโซที่ทำไปช็อตนั้นมีความสมบูรณ์แบบที่สุด!

ช้าแต่ชัวร์! หาช่างรับออกแบบตกแต่งภายในยังไงให้ไม่โดนโกง?

Home Improvement

การสร้างบ้านหรือซ่อมแซมบ้านเมื่อถึงคราวจำเป็นนั้นสิ่งที่สำคัญ และเป็นที่ต้องการมากพอๆ กับการหาผู้รับรีโนเวทบ้านก็คือ ‘ช่างรับออกแบบตกแต่งภายใน’ ที่นอกจากเรื่องของฝีไม้ลายมือในเรื่องดีไซน์การออกแบบแล้ว เรื่องความน่าเชื่อถือไว้วางใจนั้นยังต้องมาเป็นอันดับแรกๆ เช่นเดียวกัน และหากใครที่กำลังอยู่ในช่วงหาช่างรับออกแบบตกแต่งภายในอยู่แล้ว ขอปนะนำให้สูดหายใจลึกๆ ใจเย็นๆ แล้วทำตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ เพื่อเป็นการป้องกันข้อผิดพลาดให้เกิดขึ้นน้อยที่สุดแบบว่าถึงจะช้าไปหน่อยแต่ก็ได้ช่างที่ดีแบบชัวร์ๆ!

สำรวจถึงประวัติการทำงาน

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะอยากรู้อะไรก็ถามอากู๋กูเกิ้ลเอาไปซะทุกอย่าง ถ้าอย่างนั้นก็มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่กันไปเลย เพราะด้วยความที่โลกอินเตอร์เนตนั้นหมุนไปไวมากการที่จะสืบหาประวัติของช่างรับออกแบบตกแต่งภายในคนหนึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร ยิ่งถ้าหากช่างคนนั้นเป็นคนที่มีชื่อเสียงอยู่พอสมควร ความคิดเห็นหรือผลตอบรับต่างๆ ต่อช่างคนนั้นก็คงจะพอมีให้เห็นกันบ้างตามสื่อโซเชี่ยลมิเดีย

ทำหลักฐานหนังสือสัญญาอย่างชัดเจน

หากคุณมั่นใจแล้วว่าจะลงหลักปักฐานกับช่างรับออกแบบตกแต่งภายในคนนี้ สิ่งถัดมาที่ควรจัดการให้รอบคอบมากที่สุดก็คือ เรื่องของหนังสือสัญญาว่าจ้าง เพราะในการก่อสร้างแต่ละครั้งคงจะกินเวลาอยู่ไม่น้อย และหากช่างรับออกแบบตกแต่งภายในของคุณมีความเป็นมืออาชีพ และซื่อสัตย์อยู่แล้วเชื่อเถอะว่าเขาคงยินดีอย่างยิ่งที่จะทำตามระเบียบข้อตกลงอย่างเคร่งครัด

แบ่งจ่ายเงินเป็นงวดๆ

ในหนังสือสัญญาจ้างนั้นคุณควรที่จะระบุเรื่องของการจ่ายเงินว่าจ้างให้ชัดเจนลงไปด้วย ซึ่งทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการจ่ายเงินก็คือการแบ่งจ่ายค่าจ้างเป็นงวดๆ เพื่อป้องกันการโดนเบี้ยวงานหรือทิ้งงานระหว่างทาง ตัวอย่างเช่น ครั้งแรกคุณอาจจะเริ่มด้วยการจ่ายก่อนเริ่มงาน 10% เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้รับออกแบบตกแต่งภายในเช่นกันว่าเขาจะไม่โดนเทหรือลอยแพกลางทางในขณะที่กำลังดำเนินงาน และหลังจากนั้นก็ค่อยแบ่งการจ่ายออกเป็นครั้งๆ ตามความเหมาะสม

ตรวจหน้างานด้วยตัวเอง

อีกหนึ่งทางที่จะสามารถมั่นใจได้ว่าผู้รับออกแบบตกแต่งภายในจะไม่โกงหรือโก่งราคาจนเกินความจริงนั่นคือ คุณต้องหาซื้อวัสดุอุปกรณ์ด้วยตัวเอง เช่น การไปสำรวจราคาวัสดุก่อสร้างตามร้านจำหน่ายต่างๆ แล้วนำมาเปรียบเทียบราคาว่าที่ไหนเหมาะสมที่จะซื้อที่สุด เป็นต้น นอกจากจะเป็นการช่วยลดต้นทุนที่อาจพ่วงมากับค่านายหน้าแล้ว คุณยังจะได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อวัสดุที่ตอบโจทย์อย่างตรงใจมากที่สุด เพราะยังไงเลือกวัสดุด้วยตัวคุณเองก็ย่อมดีกว่าไม่ได้เลือกอะไรเลยใช่ไหมล่ะ?